หน้าหลัก | ทำเนียบ | ประวัติผู้เขียน | ประวัติวงโยธวาทิตโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว | เว็บไซท์วงโยธวาทิตโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว   
 
username : 
password : 
 

    บทความน่าอ่าน
    ประวัติวงโยธวาทิตในประเทศไทย

     หากจะพูดถึงวงดุริยางค์ในประเทศไทย ที่มีประวัติยาวนาน คือตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๔ วงดุริยางค์ในสมัยนั้นไม่ได้มีรูปร่างหน้าตาเช่นปัจจุบันแต่มีลักษณะเริ่มแรกเป็นแตรวง (Brass Band) โดยในสมัยรัชกาลที่ ๔ การทหารของไทยได้รับการฝึกอย่างต่างชาติซึ่งมีนายทหารจากต่างชาติเข้ามาทำการฝึกให้ จากจุดนี้เองทำให้ก่อกำเนิดแตรวงขึ้นในประเทศไทย ครูฝึกทหารที่เข้ามาช่วยในการฝึกนั้นเป็นนักเป่าแตร คือ ร้อยเอกอิมเปย์ (Impey) และ น็อกซ์ (Thomas G. Knox) ซึ่งได้นำแตรเดี่ยวเข้ามาและสอนให้กับทหารไทยจึงทำให้เกิดแตรวงในยุคแรกขึ้น
     ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้มีสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศเป็นอย่างดี บ่อยครั้งได้เสร็จพระราชดำเนินไปเจริญสัมพันธไมตรีกับมิตรต่างประเทศด้วยพระองค์เอง เมื่อพระองค์เสร็จไปต่างชาติมีเพลงบรรเลงเคารพหรือเพลงชาติ เช่น เพลง God Save The Queen ของอังกฤษ แต่ของไทยยังไม่มีเพลงที่แสดงเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นไทย พระองค์จึงมีรับสั่งให้จัดหาเพลงเคารพหรือเพลงชาติขึ้น ตั้งแต่นั้นมาเพลงสรรเสริญพระบารมีจึงใช้เป็นเพลงเคารพ ใน พ.ศ. ๒๔๖๑ ได้พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นอดิศรอุดมเดช เป็นผู้บังคับการและก่อตั้งแตรวงทหารหน้าขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งต่อมาแตรวงทหารนี้ได้เจริญรุ่งเรืองมาเป็นกองดุริยางค์ทหารบก ในปัจจุบันพระองค์ได้สนับสนุนให้เจ้านายเล็กๆ ทรงเล่นละครและการละเล่นต่างๆ ที่มีดนตรีประกอบอยู่เสมอ ทำให้เจ้านายเล็กๆ เป็นผู้รักศิลปะและการดนตรี เป็นผลสืบเนื่องทำให้วงการศิลปะและดนตรีในประเทศเจริญขึ้นอย่างมาก บุคคลที่ทำให้วงการดนตรีสากลเจริญรุ่งเรืองในยุคนั้น คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิจ ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระปิตุจฉาหม่อมเจ้าหญิงสุขุมาลมารศรี
     ทูลกระหม่อมบริพัตรครั้งยังทรงพระเยาว์ ได้ศึกษาวิชาการทหารในพระบรมมหาราชวัง ต่อมาได้เสด็จไปศึกษา ณ ทวีปยุโรป พระองค์เป็นผู้ที่รักและสนใจในการดนตรีเป็นอย่างมากหลังจากทรงสำเร็จการศึกษาด้านการทหารจากประเทศอังกฤษและวิศวกรรมชั้นสูงจากประเทศเยอรมีแล้ว จึงเสด็จกลับประเทศไทย ทรงเข้าดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบกอยู่ประมาณ ๙ เดือน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ จากจุดนี้เองทูลกระหม่อมบริพัตรได้ทรงสร้างผลงานทางดนตรีขึ้น ใน พ.ศ. ๒๔๔๘ ได้ทรงนิพนธ์เพลงซึ่งมีแนวบรรเลงแบบของไทยและแนวบรรเลงแบบสากลขึ้น นับเป็นเพลงไทยเพลงแรกที่มีการเรียบเรียงเสียงประสานตามแบบอย่างของดนตรีสากล บทเพลงที่สำคัญๆ ซึ่งทรงนิพนธ์ขึ้นได้แก่ วอลท์ซเมขลา วอลท์ซประชุมพล มณฑาทอง (เพลงในจังหวะ Polka ซึ่งเป็นจังหวะเต้นของพวกยุโรป) มาร์ชดำรง ตลอดจน มาร์ชบริพัตร ซึ่งนับว่าเป็นเพลงมาร์ชที่มีความสง่างามและไพเราะมากเพลงหนึ่ง นอกจากนี้พระองค์ทรงนิพนธ์เพลงไทยเดิมขึ้นโดยเฉพาะให้กับวงดุริยางค์อาทิ เพลงโหมโรงมะลิเลื้อย เพลงแขกมอญบางขุนพรหม และเพลง แขกสาย เป็นต้น มีนักดนตรีเครื่องเป่าที่มีความสามารถเกิดขึ้นมากในสมัยนี้ เช่น นายสุด ศรีชา เป็นผู้ที่เป่าแตร Cornet ได้ไพเราะ และนายเคี้ยง ซึ่งมีความชำนาญในการเป่าโอโบ (Oboe) ภายหลังได้พระราชทานนามสกุลว่า “โอบายวาท” ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นสมัยที่ศิลปะและการดนตรีเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก ผู้ที่มีบทบาทต่อการพัฒนาวงดุริยางค์ในสมัยนี้คือ “พระเจนดุริยางค์”



พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) พ.ศ. ๒๔๒๖-๒๕๑๑


     พระเจนดุริยางค์ เกิดเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๒๖ นามเดิมของท่านคือ Peter Feit บิดาเป็นชาวเยอรมันชื่อ Jacob Feit มารดามีเชื้อสายมอญชื่อ นางทองอยู่ ภายหลังพระเจนดุริยางค์ได้เปลี่ยนชื่อเป็นไทยว่า “ปิติ” และได้รับพระราชทานนามสกุลว่าวาทยะกร พระเจนดุริยางค์เริ่มเรียนดนตรีตั้งแต่อายุ ๑๐ ขวบ โดยมีบิดาคอยดูแลสั่งสอน เมื่อท่านจบการศึกษาจากอัสสัมชัญก็เข้ารับราชการในกรมรถไฟหลวง ในราว พ.ศ. ๒๔๖๐ วงดนตรีภายใต้การดูแลของพระเจนดุริยางค์นี้ได้บรรเลงเพลงชั้นสูงพวก Symphony ตลอดจนแสดงมหาอุปรากร (Opera) ขึ้น จนนักวิจารณ์ชาวต่างประเทศในเวลานั้นยกย่องวงดนตรีของท่านว่าเป็นวงดนตรีที่ดีที่สุดในภูมิภาคตะวันออกไกล ใน พ.ศ. ๒๔๗๕ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองในเมืองไทยทำให้วงดนตรีนี้ได้ซบเซาลงอันเป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง
     ใน พ.ศ. ๒๔๗๗ เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสละพระราชสมบัติ กิจการของวงดนตรีสากลก็ถูกย้ายเข้ามาอยู่ในสังกัดกรมศิลปากร คณะรัฐมนตรีมีมติให้ตัดงบประมาณของวงดนตรีลงครึ่งหนึ่ง โดยให้ ๒ ทางเลือก คือปลดนักดนตรีลงเหลือเพียงครึ่งเดียวหรือคงจำนวนไว้เช่นเดิมแต่ลดเงินเดือนลงครึ่งหนึ่งของที่เคยได้รับ วงดนตรีของพระเจนดุริยางค์ได้เผชิญกับวิกฤตการณ์ต่างๆ นานัปการ จนมาถึงในช่วงหลังๆ นี้ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้ามีการสื่อสารถึงกัน วิทยาการต่างๆ สามารถถ่ายทอดกันได้รวดเร็วขึ้น วงการดุริยางค์ในบ้านเราจึงได้มีการพัฒนาขึ้นเป็นลำดับจนเป็นดังที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้
     พระเจนดุริยางค์มีส่วนในการพัฒนาวงโยธวาทิต โดยได้จัดตั้งวงโยธวาทิตกองดุริยางค์ทหารอากาศ พ.ศ. ๒๔๘๓ ก่อตั้งวงดุริยางค์สากล (วงโยธวาทิต) ของกรมตำรวจ พ.ศ. ๒๔๙๓ เป็นผู้วางรากฐานวงโยธวาทิตระดับมัธยมศึกษา พ.ศ. ๒๕๐๐ และมีผลงานการเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงโยธวาทิตหลายเพลง ได้แก่
๑. เพลงชาติไทย
๒. เพลงสรรเสริญพระบารมี
๓. เพลงมาร์ชราชวัลลภ
๔. เพลงสายฝน
๕. เพลงยามเย็น
๖. เพลงเทวาพาคู่ฝัน
๗. เพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล
๘. เพลงอาทิตย์อับแสง
๙. เพลงแก้วตาขวัญใจ
๑๐. เพลงชะตาชีวิต
๑๑. เพลงมหาจุฬาลงกรณ์

07:40 PM - May, 21 2009 | อ่าน 18130 คน กลับขึ้นข้างบน
 
Power by aondcon | Copyright © ถวัลย์ชัย สวนมณฑา All Rights Reserved.